About me

รูปภาพของฉัน
Mother of two,Midwife-IBCLC,craft lover...ตามไปดูได้ที่ www.birthababy.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

“ทำอึ๋ม” อุปสรรคให้นมแม่ (???)

“ทำอึ๋ม” อุปสรรคให้นมแม่ (???)
เรื่อง : มีนะ สพสมัย

 
เรื่องความสวยความงานเป็นเรื่องยอมกันไม่ได้สำหรับผู้หญิงเราค่ะ หลายคนจึงตบเท้าเข้าพึ่งมีดหมอ ถ้าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องของหน้าอกหน้าใจนี่สิต้องคิดหนักหน่อย เพราะหลายคนสงสัยว่าถ้าไปทำอึ๋มมาแล้ว จะให้นมลูกเองได้ไหมน้า... ถ้าอย่างนั้นเราไปหาคำตอบด้วยกันดีกว่านะคะ

ความกังวลต่อการผลิตน้ำนม

การผ่าตัดเต้านมที่จะพูดถึงนี้ เป็นการทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อการลดหรือเพิ่มขนาดของเต้านม ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ เรื่องของการตัดเอาท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม และเส้นประสาทออกไปหรือไม่ เพราะอาจทำให้กลไกน้ำนมพุ่ง "Let Down Reflex" ขาดหายไป การส่งกระแสประสาทให้เกิดการสร้างน้ำนมก็จะลดลงหรือหายไปได้ ถ้ายังคงอยู่ดีก็ไม่มีผลกระทบโดยตรงกับการให้นมค่ะ และยังสามารถใช้หลักการเดิม คือ 3 ดูด ดูดโดยเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี ยิ่งดูดมากน้ำนมยิ่งมากได้เหมือนเดิมค่ะ

การเพิ่มขนาดเต้านมอาจทำโดยการสอดใส่ถุงน้ำเกลือ หรือถุงซิลิโคนเข้าไปใต้เต้านม สมัยนี้มักสอดเข้าบริเวณรักแร้หรือบริเวณอื่นที่ไม่มีการตัด ตกแต่งบริเวณหัวนม กลุ่มนี้มักไม่มีปัญหาจากการตัดท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม ต่างจากกลุ่มที่ตัดหรือลดขนาดของเต้านม ที่มักมีการตกแต่งบริเวณหัวนม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีความแตกต่างกันตามเทคนิคที่แพทย์ แต่ละท่านทำและการให้ความสำคัญกับการให้นมลูก โดยเฉพาะคุณ ๆ ที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมประเภทนี้ในวัยที่ยังอาจมีลูกได้ ถ้ายังไม่ทราบว่าผ่าตัดแบบไหนก็คงต้องถามแพทย์ที่ทำให้ค่ะ
คุณแม่ที่ผ่าตัดหน้าอกมาอาจลังเลว่า ให้นมลูกแล้วเต้านมจะเสียทรงจากที่ทำมา อันนี้คงต้องหยั่งใจตัวเองให้ดีว่าจะเลือกอะไร มีการผ่าตัดเสริมเต้านมหลายแบบ ที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบจากการให้ลูกกินนมจากเต้าเลย อาจกระทบบ้างจาการมีน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้คัดตึงมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบ้างเล็กน้อยแบบที่ยอมรับได้

จะเสริมหรือตัด ก็ไม่มีปัญหา...

โดยส่วนใหญ่จะพบว่า แม่หลังจากผ่าตัดเสริมเต้านม สามารถประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้เท่ากับคนที่ไม่ได้ผ่าตัด มีบางรายที่มีอาการชาหรือหมดความรู้สึกที่บริเวณลานนม หรือหัวนมซึ่งอาจใช้เวลาในการฟื้นฟูกลับเป็นปกติได้ในเวลา 6 เดือนหลังผ่าตัด หรือบางรายอาจเป็นถึง 2 ปีแล้วแต่กรณี ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดอาจรู้สึกไม่มั่นใจว่า จะมีน้ำนมพอให้ลูกกินหรือไม่ ขอแนะนำให้ทำในสิ่งต่อไปนี้



  • พยายามอย่าใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินดูที่สุขภาพลูกเป็นหลัก
  • หมั่นให้ลูกกินนมอย่างสม่ำเสมอ กินอย่างถูกวิธี
  • สวมเสื้อยกทรงหรือมีสิ่งประคับประคองเต้านมไว้เสมอ โดยไม่ให้หลวมหรือคับแน่นจนเกินไป
  • อย่าให้มีการดึงรั้งหัวนมหรือเต้านม เช่น การดึงเอาหัวนมออกจากปากลูก ฯลฯ
  • ดูแลตนเองโดยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อน และมีจิตใจที่แจ่มใส
  • ถ้าจำเป็นต้องกระตุ้นน้ำนมให้ลูกดูดกระตุ้นที่เต้าก่อนเสมอ
  • สามารถบีบเก็บน้ำนมด้วยมือหรือปั้ม เพื่อใช้เสริมให้ลูกในกรณีที่จำเป็น โดยให้นมลูกผ่านทางสายยางขนาดเล็ก หรือใช้หยดที่มุมปากตอนดูดจากเต้าก็ได้
  • ใช้การเสริมด้วยนมชงเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าแสดงอาการน้ำนมที่ได้ไม่พอ
รู้ถึงการให้นมแม่หลังจากการทำศัลยกรรมเต้านมกันแล้วนะคะว่า เป็นอย่างไร คงจะช่วยคุณแม่ประกอบการตัดสินใจได้นะคะ ฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งใด คุณแม่ควรจะพิจารณาถึงผลดีผลเสียอย่างถี่ถ้วนก่อนเป็นดีที่สุด เพราะท้ายที่สุดแล้วของปลอมไหนเลยจะสู้ของธรรมชาติให้มาได้ล่ะคะ









วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

TOP 10 ปัญหานมแม่

TOP 10 ปัญหานมแม่ โดยคุณมีนะ สพสมัย
คุณแม่มือใหม่ทุกคนพยายามจะให้นมแม่กับลูกรักให้นานที่สุด เพราะรุ้ดีว่านมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่อุปสรรคระหว่างทางขณtที่ให้นมลูกก็มีอยู่เหมือนกัน และนั่นอาจจะเป็นที่มาของการหยุดให้ยมแม่ก่อนเวลาอันควร เรามาดูกันว่า ปัญหานมแม่ที่พบเจอกันบ่อยๆ มีเรื่องอะไรบ้างและต้องแก้ไขอย่างไรกัน

1.น้ำนมไม่ไหลและน้ำนมน้อย
นมแม่ไม่ไหล มักเกิดจากการดูดที่ตื้นเกินไปหรือดูดที่หัวนม คุณแม่ลองขยับให้ลูกแนบตัวมากขึ้น พาปากลูกมาหาเต้านมแม่ สำคัญที่ว่าปากอ้ากว้าง คางชิดเต้านมแม่ ท้องแม่แนบท้องลูกนะคะ การอุ้มแบบนี้ยังช่วยแก้ปัญหาหัวนมเจ็บได้ด้วยค่ะ
แม่เครียดเป็นอีกสาเหตุที่มักทำให้กลไกน้ำนมพุ่งหรือน้ำนมไหลหดหายไปโดยปริยาย เพราะฮอร์โมนรักที่ต้องการถูกความเครียดมาขวางทางไว้ ทางที่ดีเวลาลูกนอนควรหาทางพักผ่อนและพยายามกินอาหาร สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง
น้ำนมน้อย แก้ไขได้โดยท่าอุ้มท่าดูดที่ถูกต้อง การกระตุ้นโดยให้ดูดบ่อย ดูดนานขึ้น น้ำนมได้ถ่ายเทออกมามาก ก็จะมีน้ำนมมากเอง ที่สำคัญอย่าคาดหวังว่าจะมีน้ำนมมากมายในช่วงสัปดาห์แรก เพราะทั้งกระเพาะลูกและเต้านมแม่เพิ่งเริ่มงานกันทั้งคู่ ขอเวลาให้เครื่องเดินเต็มที่รับรองหายห่วง แต่ต้องให้กินบ่อยพอในช่วงเดือนแรกขอเป็นสัก 8 ครั้งในหนึ่งวันนะคะ
คุณแม่อาจเสริมแรงด้วยอาหารหวานคาวที่ทำให้น้ำนมพลั่งพรู เช่น น้ำขิง น้ำเต้าหู้ ยำหัวปลี แกงเลียง เม็ดขนุนต้ม มะละกอ สัปปะรด เพื่อบำรุงคุณแม่
2.ลูกกินอิ่มไหมนะ
ถ้าลูกอิ่มก็หยุดดูดหรือหลับเอง ไม่แสดงอาการอยากกินอีก ไม่ยอมเปิดปากก็แสดงว่ากินไม่ไหวแล้ว แต่ถ้ากังวลคุณแม่สังเกตได้จากน้ำหนักตัวลูกเพิ่มขึ้นตามปกติ ถ่ายปัสสาวะวันละ 6 ครั้งขึ้นไป มีอาการสดใส ไม่ซีดเซียวปวกเปียกไม่มีแรง อึลูกสีเหลืออ่อนนุ่ม หรือเละๆ อาจจะถ่ายสักวันละครั้งหรือสองสามวันครั้ง ก็แสดงว่ากินพอแล้ว
3. ของแสลงแม่ให้นมมีด้วยหรือ
ของแสลงคงไม่มี แต่ต้องห้ามของไม่ดีพวกบุหรี่ แอลกอฮอล์ ของหมักดอง ของที่มีสารกันบูด สารเคมีต่างๆ ก็ให้ห่างๆ ไว้ อาหารบางอย่างที่ควรเลี่ยงก็พวกเปบเปอร์มินท์ อาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก (ไม่เกี่ยวกับผักสดผลไม้นะคะ) และอาหารรสจัดชวนท้องร่วง ส่วนคาเฟอีนพวกนี้ถ้าอยากก็ดื่มได้แต่เลี่ยงได้จะดีที่สุด
4. เริ่มนมแม่เมื่อไหร่ดีล่ะ
เริ่มเร็วที่สุดหลังคลอด การให้กินนมแม่ใน 1 ชั่วโมงหลังคลอดช่วยลดปัญหาสุขภาพทั้งแม่ทั้งลูกได้อย่างมหาศาล ทารกแรกเกิดกว่าล้านคนจะไม่เสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ เนื่องจากลูกได้หัวน้ำนมที่มีสารอาหารครบถ้วนและภูมิคุ้มกันสำหรับทารก และช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้นในมื้อต่อๆ ไป
อีกทั้งไออุ่นจากผิวกายแม่จะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ตั้งแต่แรกเกิดที่จะกระตุ้นสัญชาตญาณและฮอร์โมนต่างๆ ให้ทำงานได้เป็นอย่างดี สร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูกต่อไป
5. ทำไมสีน้ำนมเปลี่ยน
น้ำนมแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของสีและลักษณะความข้นใสอยู่บ้างตามวัน-เวลา เช่น ในระยะแรกจะเป็นหัวน้ำนมที่มีสีออกส้มข้นนิดหน่อย มีจำนวนน้อย หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีของน้ำนมมากขึ้นในระยะ 3-5 วันหลังคลอด ปริมาณก็จะมีมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปในสัปดาห์ที่สอง สีน้ำนมก็จะเป็นสีของน้ำนม บางทีจะออกครามปนเล็กน้อย ปริมาณมีมากขึ้นจากเดิมมาก


ขอบคุณข้อมูลจาก Momypedia Blog

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ของเล่นทำมือสื่อรักษ์เพื่อลูก

เรื่อราวดีๆจากมูลนิธิสายใยแผ่นดิน สหกรณ์กรีนเนท ที่จัดกิจกรรมน่ารักนี้ที่โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก
"มนุษย์มีจิตนาการก่อนเหตุผล บางครั้งจะเห็นเด็กสามารถเล่นกับต้นไม้ใบหญ้าหรือสิ่งของรอบๆตัวเขาได้ ของเล่นเด็กจึงไม่ควรออกแบบให้เป็นของเล่นที่สำเร็จรูป เพราะเด็กสามารถที่จะนำของเล่นเหล่านั้นไปต่อยอดได้ด้วยจินตนาการของพวกเขา ผู้ใหญ่จึงควรเป็นเพียงผู้เฝ้าสังเกตุ และคอยระวังอันตรายไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กเท่านั้น รวมทั้งผู้ใหญ่นั้นจะต้องเป็นแบบอย่างการเล่นที่ดีให้กับเด็กด้วย เพราะเด็กจะมีพฤติกรรมการเลียนแบบ เขาจะเลียนแบบจากพ่อแม่และสิ่งแวดล้อมที่เขาพบเห็นรอบตัว แล้วนำมาเล่นตามแบบนั้น ถือได้ว่าพ่อแม่เป็นของเล่นที่ดีทีสุดสำหรับลูก เด็กจะมีพัฒนาการสามส่วน คือ การเดิน การพูด และการคิด ดังนั้นการออกแบบของเล่น จึงต้องผสมผสาน แนวคิดหลายอย่างเข้าด้วยกัน การจะคิดออกแบบของเล่น จึงควรเน้นสิ่งที่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด นั่นคือ ของเล่นควรออกแบบตามพัฒนาการในทุกระยะของเด็ก ทุกวัย และทุกเดือน ทุกปี หรือ พูดง่ายๆ คือ การออกแบบของเล่นสำหรับเด็กจำเป็นต้องเน้นที่ ความเป็นปัจจุบันของเด็ก นั่นเอง " อ่านเรื่อราวเหล่านี้ได้ที่http://www.greennet.or.th/2008_news/081122_toy%20handmade.html

รายการบล็อกของฉัน