About me

รูปภาพของฉัน
Mother of two,Midwife-IBCLC,craft lover...ตามไปดูได้ที่ www.birthababy.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมแม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

นมแม่ กับยาค้องห้าม

คุณแม่ยังอยู่ในช่วงให้นมลูกเวลาจะกินหยูกกินยา ส่วนใหญ่จะระมัดระวังเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อาจมีบางเรื่องที่หลงลืมไปบ้าง มาติดตามข้อมูลรายละเอียดกันดีกว่าค่

นี่แหละ...ยาต้องห้าม



ยาที่กินโดยไม่มีความจำเป็น : ไม่ได้ผ่านการวินิจฉัยอย่างถูกต้องจากแพทย์ เช่น เพื่อนบอกว่านี่ดีนั่นดีกินไว้สิ ยานี้ช่วยโน่นยานี้ช่วยนี่ เลิกเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับปัญหาทั้งหลายทั้งปวง ที่จะทำให้คุณแม่แข็งแรงและบำรุงดีคงไม่มีอะไรดีไปกว่ากินอาหารที่มีประโยชน์ กินให้ครบห้าหมู่ พักผ่อนให้เพียงพอตามภาวะที่เหมาะสมของแม่หลังคลอด ออกกำลังกายและได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง อย่างอื่นน่ะมันของปลอมๆ ทั้งนั้น

ยาที่ไม่รู้จักมันจริง : ทั้งส่วนประกอบ สรรพคุณ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นแผนปัจจุบัน แผนสัปปายะไทย สัปปายะเทศ หรือพวกแผนอนาคต อันนี้ยิ่งน่ากลัวใหญ่ พวกมาใหม่เอี่ยมเพิ่งทดลองมาเสร็จแล้วออกใช้เลย อย่าเชียวค่ะ

 
ยาทางเลือก : ประเภทอาการที่ไม่ต้องใช้ก็ได้ยา โดยไม่เกิดอันตราย เช่น คุณแม่เริ่มมีไข้ คุณแม่อาจใช้ยาลดไข้ได้ แต่คุณแม่ก็อาจชะลอการใช้ยาโดยลองดื่มน้ำเยอะๆ เช็ดตัวบ่อยๆ ดื่มน้ำส้มคั้นเพื่อเพิ่มวิตามินซีสดๆ อันนี้ในยามที่ไข้ไม่สูงมากนักค่ะ

ยาอันตราย : ถูกระบุว่าเป็นอันตรายทุกชนิด ก่อนใช้ต้องไตร่ตรองให้ดี พบแพทย์และให้ทราบข้อดีข้อเสีย ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดกับทั้งแม่ น้ำนมของแม่และสุขภาพของลูก หลีกเลี่ยงได้เป็นดีที่สุด

ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะที่แพทย์เห็นสมควรให้กินเมื่อจำเป็น เพราะมีการอักเสบติดเชื้อรุนแรงจนต้องได้รับยาจนครบ แล้วคุณแม่เบื่อที่จะกินก็เลิกเอง อันนี้ห้ามเด็ดขาด เพราะอาจนำไปสู่การดื้อยาของเชื้อโรคทำให้การรักษาในอนาคตยากขึ้น ควรปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลอยู่ให้แน่ชัดว่าควรปฏิบัติอย่างไร ถามทางเลือกก่อนการเริ่มยา เมื่อเริ่มแล้วไม่ควรถอย ยาตัวนี้สำคัญเพราะต้องป้องกันไว้ตั้งแต่ตอนคลอด หลายตัวสามารถถ่ายทอดมาถึงลูกระหว่างการคลอด และหลายตัวมีฤทธิ์ตกค้างหลังลูกเกิดอีกต่างหาก เช่น ยาแก้ปวดที่ได้มักทำให้ลูกง่วงนอน กดกลไกการดูดกลืน suckling’s reflex rooting’s reflex ของลูกในช่วงแรกๆ ยาบางตัวอาจทำให้ลูกมีโอกาสตัวเหลืองมากกว่าปกติค่ะ

ยาทาถู สูดดม เครื่องสำอาง รักษาสิว
ยาทาถู : ใช้ทาผดผื่นคัน บรรดาเม็ดต่างๆ หรือที่คัน แสบ พุพองทั้งหลาย ยาทาหลายตัวมีพวกสเตรียรอยด์ ไม่ควรใช้ แต่ถ้าใช้ต้องระมัดระวังเพราะหากใช้ไม่ถูก อาจจะทำให้อาการลุกลามมากขึ้นและถ้าใช้นานๆ ก็จะเป็นปัญหาอีกเช่นกัน

ยารักษาสิว : ทำผิวให้ขาวผ่องทั้งหลายอาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตราย คุณแม่ที่หวังจะใช้ยากำจัดริ้วรอยคราบไคลดำๆ รอยฝ้าที่เกิดหลังคลอด คงต้องบอกว่าอย่าเลยคะ สิ่งเหล่านี้เกิดเพราะฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ รอการปรับของฮอร์โมนสักหน่อยแล้วค่อยปรึกษาแพทย์ ถ้าอยากใช้ยา แต่จริงๆ แล้วยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกมาก เช่น การใช้สมุนไพร การไม่ตากแดด การทาครีมกันแดด ฯลฯ ให้เลือกอีกหลายอย่าง เครื่องสำอางทั่วไปที่ปลอดภัยก็ใช้ไปเถอะค่ะ แต่งเติมให้สดชื่นสวยงามบ้างพองาม เพราะถ้ามัวแต่หมกมุ่นกับความสวยของตัวเองก็จะหมดเวลาไปไม่ได้มาใส่ใจกับลูก น่าเสียดาย พยายามหลีกเลี่ยงการย้อมผม การโกรกสีผม นานๆ ทำทีก็พอไหวแต่สีผมธรรมชาติก็ไม่ได้น่ารังเกียจตรงไหนนะคะ

ยาสูดดม : กลิ่นหอมปลอดภัยตามธรรมชาติสนับสนุนให้ใช้เพื่อการผ่อนคลาย จะดมกลิ่นหอมของดอกมะลิริมรั้ว กลิ่นยูคาลิปตัส คาโมมายก็ได้ทั้งนั้น ดมพอหอมชื่นใจ แต่ที่ต้องให้ระวังก็พวกสเปรย์ ทินเนอร์ กลิ่นสารเคมีซึ่งผลกระทบคงเป็นที่สุขภาพคุณแม่ อาจจะหน้ามืดวิงเวียน หรือถึงกับหมดสติถ้าสูดหายใจเข้าไปมาก ไอ้ที่จะผ่านไปถึงลูกนั้นน้อยมากแต่ก็อยากให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงไม่สัมผัสโดยตรง เอาผ้าปิดปากปิดจมูกเมื่อเจอกลิ่นสารเคมี

คราวนี้คงกระจ่างแล้วว่ายาแบบไหนต้องห้าม แบบไหนให้ระมัดระวังเวลาใช้ แบบไหนปลอดภัย ก็น้ำนมแม่มีค่าสำหรับลูกเกินกว่าจะปล่อยปละไม่สนใจนี่ค่ะ






































 

นมแม่...ช่วยลดหุ่น

มแม่...ช่วยลดหุ่น
โดย: มีนะ สพสมัย
อยากจะบอกว่านมแม่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่ง ให้คุณลดหุ่นได้จริงๆ นะเออ...
สวยใสฟิตเปรี๊ยะหลังคลอดเป็นยอดปรารถนาของคุณแม่ ดิฉันอยากจะบอกว่านมแม่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่ง ให้คุณลดหุ่นได้จริงๆ นะเออ...

หุ่นผอมกับนมแม่...เกี่ยวกันตรงไหน?
ตอนตั้งครรภ์คุณแม่จะมีการเก็บสะสมไขมันส่วนเกินเอาไว้ตามต้นแขน สะโพก และหน้าท้องประมาณ 2-4 กิโล (ถ้าน้ำหนักตัวขึ้นมาก ไขมันก็จะมีมากขึ้นตามลำดับ) ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการสร้างน้ำนมเป็นจำนวน 200-300 กิโลแคลอรีต่อวันนาน 3 เดือน
อีกนัยหนึ่ง คุณแม่ที่ต้องให้ลูกกินนมแม่ ต้องการพลังงานและสารอาหาร ประมาณ 500 กิโลแคลอรี ถ้าน้ำหนักตัวของคุณแม่ไม่ลดเร็วจนเกินไป ก็จะสามารถผลิตน้ำนมได้อย่างพอเพียง โดยทั่วไปจึงแนะนำให้คุณแม่บำรุงอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะต้องเลี้ยงดูลูก มีงานเพิ่มขึ้นมากมาย แถมเวลานอนหลับก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บางตำราจึงไม่แนะนำให้ควบคุมน้ำหนักตัวคุณแม่ในช่วงหกเดือนแรกหลังคลอดค่ะ
น้ำหนักลดลงได้อย่างไร?
คนส่วนมากจะลดน้ำหนักด้วยวิธีการลดอาหาร โดยอาศัยหลักที่ว่า ถ้ากินมากไปกว่าที่ใช้ก็เหลือเก็บสะสม นั่นหมายความว่าคุณก็จะอ้วนขึ้น ถ้ากินน้อยกว่าที่ใช้ก็จะดึงเอาของที่สะสมไว้มาใช้ คุณก็จะน้ำหนักตัวลดลง
แต่ในความเป็นจริง เราต้องใช้พลังงานในกิจกรรมสำคัญมากมาย เช่น การรักษาสมดุลของอุณหภูมิของร่างกาย การทำให้เกิดการไหลเวียนเลือด การบีบรัดตัวของหัวใจ แม้กระทั่งการย่อยอาหาร การสร้างน้ำนม และการเลี้ยงดูลูก ดังนั้นทางเลือกในการลดน้ำหนักอาจแบ่งได้เป็นสองทาง ทางแรกคือกินให้น้อยลง ทางที่สองคือใช้พลังงานให้มากขึ้น ข้อหลังนี้จึงเข้าทางคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองค่ะ
อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำดีหรือไม่
ร่างกายของคุณแม่ยังต้องการพลังงานจากแหล่งอาหารพวกแป้งอยู่ ถ้าเรากินน้อยเกินไป ร่างกายจะไปดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดของเสียที่เรียกว่า คีโตน (Ketone bodies) ถ้ามีมากเกินไปจะไปรบกวนระบบการเผาผลาญของร่างกาย แถมยังทำให้รสชาติของน้ำนมคุณแม่เปลี่ยนไป เหมือนกับกรณีที่มีการออกกำลังอย่างหนัก จนมีการสลายของกล้ามเนื้อออกมาเป็นกรดแลคติด ดังนั้นสองกรณีนี้อาจทำให้รสชาติน้ำนมแม่เปลี่ยนไปได้
คุณแม่จึงควรกินอาหารแป้งอย่างพอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป เพราะอาจพาลขาดสารอาหารตัวอื่นไปด้วย และเวลาที่อาหารไม่พอคุณแม่ก็จะหิว อ่อนเพลีย หมดแรง อารมณ์หงุดหงิด ซึ่งก็ไม่ดีทั้งคุณแม่และทุกคน น้ำนมก็เหือดหายไปด้วย เพราะไม่พร้อมทั้งร่างกายอารมณ์ และจิตใจ
วิธีเด็ด...ช่วยลดน้ำหนัก
1. ลดปริมาณอาหารไขมัน ขนมหวาน รวมทั้งลดการเติมน้ำตาลลงไปในอาหาร
2. เพิ่มการกินอาหารที่มีกากไยสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สด
3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอให้มากกว่า 10 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 2 ลิตร แต่ถ้าจะเลือกเป็นน้ำผลไม้ก็พอไหว
4. ห้ามใจจากของหมักดอง อาหารกระป๋อง และเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีน
5. ระวังอย่าให้น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 1-2 ปอนด์ (2-4 กิโลกรัม) ต่อสัปดาห์ หรือ มากกว่า 4.5 ปอนด์ ( 8-9 กิโลกรัม) ต่อเดือน
6. ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอเพื่อทำให้กล้ามเนื้อกระชับและแข็งแรง แถมยังทำให้คุณได้ผ่อนคลายและรู้สึกดีกับรูปลักษณ์ของคุณ
7. ห้ามเด็ดขาดที่จะใช้ยาในการลดน้ำหนัก เพราะเป็นอันตรายต่อทั้งตัวคุณและมีผลกระทบถึงลูกได้
8. มั่นใจเสมอว่าน้ำนมของคุณดีที่สุดสำหรับลูก และเมื่อคุณให้ลูกกินนมบ่อยๆ ตามที่ลูกต้องการอย่างสม่ำเสมอ น้ำนมของคุณก็ไม่มีวันเหือดแห้ง และวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่จะทำให้คุณได้พบกับความงามทั้งเรือนร่างและจิตใจที่เปี่ยมสุขค่ะ
รู้หรือเปล่าว่า...
- จากการศึกษาพบว่า 4 ใน 5 ของคุณแม่ที่ให้นมลูกโดยไม่มีการจำกัดอาหารรับประทานสามารถลดน้ำหนักลงไปได้ 1.5 ปอนด์ต่อเดือน ใน 4 -6 เดือนแรกหลังคลอดและจะลดลงได้อีกหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว
- อีกการศึกษาหนึ่งพบว่าหลังคลอด 6 เดือนไปแล้ว แม่ที่ให้ลูกกินนมแม่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับตอนก่อนตั้งครรภ์มากกว่าแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตนเอง
เอกสารอ้างอิง
1. Katherine D. et. al. “weight loss during lactation : Are low carbohydrate diets a good choice? jounal of Human lactation vol.20 no.3 August 2004
2. Eiger S M, The complete book of breastfeeding ,3rd edition,workman publishing company,Inc. , 1999
3. Worthingtong-Robert and Willium S.,Nutrition in Pregnancy and lactation,5th edition,Mosby,1993
4. Iinstitute of Medicine . Nutrition during lactation.1991.National Academy Press.Washington DC
5. Intensive course in Breastfeeding phase I (Handbook) Texas Department of Health.
จาก:ดวงใจพ่อแม่

“ทำอึ๋ม” อุปสรรคให้นมแม่ (???)

“ทำอึ๋ม” อุปสรรคให้นมแม่ (???)
เรื่อง : มีนะ สพสมัย

 
เรื่องความสวยความงานเป็นเรื่องยอมกันไม่ได้สำหรับผู้หญิงเราค่ะ หลายคนจึงตบเท้าเข้าพึ่งมีดหมอ ถ้าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องของหน้าอกหน้าใจนี่สิต้องคิดหนักหน่อย เพราะหลายคนสงสัยว่าถ้าไปทำอึ๋มมาแล้ว จะให้นมลูกเองได้ไหมน้า... ถ้าอย่างนั้นเราไปหาคำตอบด้วยกันดีกว่านะคะ

ความกังวลต่อการผลิตน้ำนม

การผ่าตัดเต้านมที่จะพูดถึงนี้ เป็นการทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อการลดหรือเพิ่มขนาดของเต้านม ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ เรื่องของการตัดเอาท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม และเส้นประสาทออกไปหรือไม่ เพราะอาจทำให้กลไกน้ำนมพุ่ง "Let Down Reflex" ขาดหายไป การส่งกระแสประสาทให้เกิดการสร้างน้ำนมก็จะลดลงหรือหายไปได้ ถ้ายังคงอยู่ดีก็ไม่มีผลกระทบโดยตรงกับการให้นมค่ะ และยังสามารถใช้หลักการเดิม คือ 3 ดูด ดูดโดยเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี ยิ่งดูดมากน้ำนมยิ่งมากได้เหมือนเดิมค่ะ

การเพิ่มขนาดเต้านมอาจทำโดยการสอดใส่ถุงน้ำเกลือ หรือถุงซิลิโคนเข้าไปใต้เต้านม สมัยนี้มักสอดเข้าบริเวณรักแร้หรือบริเวณอื่นที่ไม่มีการตัด ตกแต่งบริเวณหัวนม กลุ่มนี้มักไม่มีปัญหาจากการตัดท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม ต่างจากกลุ่มที่ตัดหรือลดขนาดของเต้านม ที่มักมีการตกแต่งบริเวณหัวนม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีความแตกต่างกันตามเทคนิคที่แพทย์ แต่ละท่านทำและการให้ความสำคัญกับการให้นมลูก โดยเฉพาะคุณ ๆ ที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมประเภทนี้ในวัยที่ยังอาจมีลูกได้ ถ้ายังไม่ทราบว่าผ่าตัดแบบไหนก็คงต้องถามแพทย์ที่ทำให้ค่ะ
คุณแม่ที่ผ่าตัดหน้าอกมาอาจลังเลว่า ให้นมลูกแล้วเต้านมจะเสียทรงจากที่ทำมา อันนี้คงต้องหยั่งใจตัวเองให้ดีว่าจะเลือกอะไร มีการผ่าตัดเสริมเต้านมหลายแบบ ที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบจากการให้ลูกกินนมจากเต้าเลย อาจกระทบบ้างจาการมีน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้คัดตึงมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบ้างเล็กน้อยแบบที่ยอมรับได้

จะเสริมหรือตัด ก็ไม่มีปัญหา...

โดยส่วนใหญ่จะพบว่า แม่หลังจากผ่าตัดเสริมเต้านม สามารถประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้เท่ากับคนที่ไม่ได้ผ่าตัด มีบางรายที่มีอาการชาหรือหมดความรู้สึกที่บริเวณลานนม หรือหัวนมซึ่งอาจใช้เวลาในการฟื้นฟูกลับเป็นปกติได้ในเวลา 6 เดือนหลังผ่าตัด หรือบางรายอาจเป็นถึง 2 ปีแล้วแต่กรณี ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดอาจรู้สึกไม่มั่นใจว่า จะมีน้ำนมพอให้ลูกกินหรือไม่ ขอแนะนำให้ทำในสิ่งต่อไปนี้



  • พยายามอย่าใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินดูที่สุขภาพลูกเป็นหลัก
  • หมั่นให้ลูกกินนมอย่างสม่ำเสมอ กินอย่างถูกวิธี
  • สวมเสื้อยกทรงหรือมีสิ่งประคับประคองเต้านมไว้เสมอ โดยไม่ให้หลวมหรือคับแน่นจนเกินไป
  • อย่าให้มีการดึงรั้งหัวนมหรือเต้านม เช่น การดึงเอาหัวนมออกจากปากลูก ฯลฯ
  • ดูแลตนเองโดยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อน และมีจิตใจที่แจ่มใส
  • ถ้าจำเป็นต้องกระตุ้นน้ำนมให้ลูกดูดกระตุ้นที่เต้าก่อนเสมอ
  • สามารถบีบเก็บน้ำนมด้วยมือหรือปั้ม เพื่อใช้เสริมให้ลูกในกรณีที่จำเป็น โดยให้นมลูกผ่านทางสายยางขนาดเล็ก หรือใช้หยดที่มุมปากตอนดูดจากเต้าก็ได้
  • ใช้การเสริมด้วยนมชงเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าแสดงอาการน้ำนมที่ได้ไม่พอ
รู้ถึงการให้นมแม่หลังจากการทำศัลยกรรมเต้านมกันแล้วนะคะว่า เป็นอย่างไร คงจะช่วยคุณแม่ประกอบการตัดสินใจได้นะคะ ฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งใด คุณแม่ควรจะพิจารณาถึงผลดีผลเสียอย่างถี่ถ้วนก่อนเป็นดีที่สุด เพราะท้ายที่สุดแล้วของปลอมไหนเลยจะสู้ของธรรมชาติให้มาได้ล่ะคะ









วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

TOP 10 ปัญหานมแม่

TOP 10 ปัญหานมแม่ โดยคุณมีนะ สพสมัย
คุณแม่มือใหม่ทุกคนพยายามจะให้นมแม่กับลูกรักให้นานที่สุด เพราะรุ้ดีว่านมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่อุปสรรคระหว่างทางขณtที่ให้นมลูกก็มีอยู่เหมือนกัน และนั่นอาจจะเป็นที่มาของการหยุดให้ยมแม่ก่อนเวลาอันควร เรามาดูกันว่า ปัญหานมแม่ที่พบเจอกันบ่อยๆ มีเรื่องอะไรบ้างและต้องแก้ไขอย่างไรกัน

1.น้ำนมไม่ไหลและน้ำนมน้อย
นมแม่ไม่ไหล มักเกิดจากการดูดที่ตื้นเกินไปหรือดูดที่หัวนม คุณแม่ลองขยับให้ลูกแนบตัวมากขึ้น พาปากลูกมาหาเต้านมแม่ สำคัญที่ว่าปากอ้ากว้าง คางชิดเต้านมแม่ ท้องแม่แนบท้องลูกนะคะ การอุ้มแบบนี้ยังช่วยแก้ปัญหาหัวนมเจ็บได้ด้วยค่ะ
แม่เครียดเป็นอีกสาเหตุที่มักทำให้กลไกน้ำนมพุ่งหรือน้ำนมไหลหดหายไปโดยปริยาย เพราะฮอร์โมนรักที่ต้องการถูกความเครียดมาขวางทางไว้ ทางที่ดีเวลาลูกนอนควรหาทางพักผ่อนและพยายามกินอาหาร สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง
น้ำนมน้อย แก้ไขได้โดยท่าอุ้มท่าดูดที่ถูกต้อง การกระตุ้นโดยให้ดูดบ่อย ดูดนานขึ้น น้ำนมได้ถ่ายเทออกมามาก ก็จะมีน้ำนมมากเอง ที่สำคัญอย่าคาดหวังว่าจะมีน้ำนมมากมายในช่วงสัปดาห์แรก เพราะทั้งกระเพาะลูกและเต้านมแม่เพิ่งเริ่มงานกันทั้งคู่ ขอเวลาให้เครื่องเดินเต็มที่รับรองหายห่วง แต่ต้องให้กินบ่อยพอในช่วงเดือนแรกขอเป็นสัก 8 ครั้งในหนึ่งวันนะคะ
คุณแม่อาจเสริมแรงด้วยอาหารหวานคาวที่ทำให้น้ำนมพลั่งพรู เช่น น้ำขิง น้ำเต้าหู้ ยำหัวปลี แกงเลียง เม็ดขนุนต้ม มะละกอ สัปปะรด เพื่อบำรุงคุณแม่
2.ลูกกินอิ่มไหมนะ
ถ้าลูกอิ่มก็หยุดดูดหรือหลับเอง ไม่แสดงอาการอยากกินอีก ไม่ยอมเปิดปากก็แสดงว่ากินไม่ไหวแล้ว แต่ถ้ากังวลคุณแม่สังเกตได้จากน้ำหนักตัวลูกเพิ่มขึ้นตามปกติ ถ่ายปัสสาวะวันละ 6 ครั้งขึ้นไป มีอาการสดใส ไม่ซีดเซียวปวกเปียกไม่มีแรง อึลูกสีเหลืออ่อนนุ่ม หรือเละๆ อาจจะถ่ายสักวันละครั้งหรือสองสามวันครั้ง ก็แสดงว่ากินพอแล้ว
3. ของแสลงแม่ให้นมมีด้วยหรือ
ของแสลงคงไม่มี แต่ต้องห้ามของไม่ดีพวกบุหรี่ แอลกอฮอล์ ของหมักดอง ของที่มีสารกันบูด สารเคมีต่างๆ ก็ให้ห่างๆ ไว้ อาหารบางอย่างที่ควรเลี่ยงก็พวกเปบเปอร์มินท์ อาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก (ไม่เกี่ยวกับผักสดผลไม้นะคะ) และอาหารรสจัดชวนท้องร่วง ส่วนคาเฟอีนพวกนี้ถ้าอยากก็ดื่มได้แต่เลี่ยงได้จะดีที่สุด
4. เริ่มนมแม่เมื่อไหร่ดีล่ะ
เริ่มเร็วที่สุดหลังคลอด การให้กินนมแม่ใน 1 ชั่วโมงหลังคลอดช่วยลดปัญหาสุขภาพทั้งแม่ทั้งลูกได้อย่างมหาศาล ทารกแรกเกิดกว่าล้านคนจะไม่เสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ เนื่องจากลูกได้หัวน้ำนมที่มีสารอาหารครบถ้วนและภูมิคุ้มกันสำหรับทารก และช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้นในมื้อต่อๆ ไป
อีกทั้งไออุ่นจากผิวกายแม่จะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ตั้งแต่แรกเกิดที่จะกระตุ้นสัญชาตญาณและฮอร์โมนต่างๆ ให้ทำงานได้เป็นอย่างดี สร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูกต่อไป
5. ทำไมสีน้ำนมเปลี่ยน
น้ำนมแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของสีและลักษณะความข้นใสอยู่บ้างตามวัน-เวลา เช่น ในระยะแรกจะเป็นหัวน้ำนมที่มีสีออกส้มข้นนิดหน่อย มีจำนวนน้อย หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีของน้ำนมมากขึ้นในระยะ 3-5 วันหลังคลอด ปริมาณก็จะมีมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปในสัปดาห์ที่สอง สีน้ำนมก็จะเป็นสีของน้ำนม บางทีจะออกครามปนเล็กน้อย ปริมาณมีมากขึ้นจากเดิมมาก


ขอบคุณข้อมูลจาก Momypedia Blog

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

ชวนกันไปเป็นกำลังใจให้ Rainbow Room วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคมนี้

ไปเป็นกำลังให้ rainbow room กลุ่มแม่ที่ช่วยกันเป็นกำลังใจของกันและกันในการดูแลลูกที่เป็นเด็กพิเศษ ถ้าคุณยังจำคุณโรส หนึ่งในคุณแม่ที่ช่วยกันก่อร่างสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มนมแม่เมื่อ 5-6 ปีก่อน เธอได้มาเริ่มกลุ่ม rainbow Room นี้อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว และดำเนินการมาได้อย่างน่าชื่นใจ...ไปเป็นกำลังใจให้เธอนะคะ...
สร้างสายรุ้งด้วยสองมือ

คุณคือส่วนหนึ่งของอนาคตที่ดีและงดงามกว่า

รุ้งจะทอแสงได้ก็ต่อเมื่อมีหลายปัจจัยที่เหมาะสม  กว่าบุคคลที่มีความต้องการพิเศษคน
หนึ่งจะพัฒนาเต็มศักยภาพ ก็ต้องมีความรัก ความเชื่อมั่น และแรงบันดาลใจจาก
ครอบครัว ไม่ใช่เพียงหนึ่งครอบครัวเดียว หากเป็นทุกคนในชุมชน

ไม่ว่าจะคุณจะเป็นใคร ขอเชิญร่วมงาน “ครอบครัวเดอะ เรนโบว์ รูม” และสำรวจโอกาสที่คุณสามารถจะเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่จะเป็นแรงบันดาล ใจในเชิงบวก และ
 ช่วยให้บุคคลที่มีความต้องการพิเศษสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมของเราได้อย่าง มีคุณภาพ

ในงานพบกับเกมส์มากมาย, สินค้าพิเศษ, ห้องเล่นศิลปะ, สินค้ามือสอง, นิทรรศการ
 ศิลปะ, วิดีทัศน์, อาหาร และเครื่องดื่ม, การเสาวนาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจเชิงบวก, มินิ
คอนเสิร์ท โดย ศิลปินรับเชิญ P.O.P. ร่วมเป็นโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดีๆ!!        

รายได้จากงานเพื่อกิจกรรมต่างๆ ของเรา คือ

- กลุ่มเล่นร่วม
- แคมเปญสร้างความเข้าใจ
- การปฏิบัติงานของกลุ่มเรา


วัน-เวลา
วันที่ 30 มกราคม 2011, 14.30 - 18.00 น.

สถานที่
เดอะ เรนโบว์ รูม  เลขที่ 30 ซอนแสงชัย สุขุมวิท 38
รายละเอียดเพิ่มเติม  โทร. 02 712 0923 // hello@therainbowroom.org

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ!

แบ่งปัน ชื่นชม เชื่อมั่น สานรัก

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

“เรารัก(ษ์)นมแม่” (ในงาน คิดส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ 2010

บูทเรารัก(ษ์)นมแม่ บูทที่ให้คุณได้มากกว่าความรู้เรื่องนมแม่” โดยมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
(ฝากประชาสัมพันธ์ต่อโดยเฉพาะแม่ตั้งครรภ์ค่ะ)

เชิญ คุณแม่มือเก่า คุณแม่มือใหม่พบกันที่บูท “เรารัก(ษ์)นมแม่” (ในงาน คิดส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ 2010 ครั้งที่ 4 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 21-24 ต.ค. 53 เวลา 10.00 – 20.00 น.)

เรามีบริการ “มุมให้นมแม่” สถานที่สะอาด บรรยากาศส่วนตัว สำหรับคุณแม่ที่ต้องการให้นมลูกน้อย
เรามีบริการ “ปั๊ม-ฝากน้ำนมแม่” สำหรับคุณแม่ที่มาร่วมออกบูท หรือมาเที่ยวชมงาน แต่ยังต้องการนำน้ำนมกลับไปเป็นของฝากล้ำค่าแก่ลูกน้อยที่บ้าน
เรามีบริการ “ทุกปัญหานมแม่มีคำตอบ” โดยมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนมแม่คอยเสวนาพูดคุยตอบทุกคำถามของคุณแม่ประจำบูทตลอด
เรามีการ “สาธิตอุปกรณ์นมแม่” ซึ่งเป็นทั้งการให้ความรู้ การเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆเพื่อช่วยในการให้นมแม่ เช่น การใช้ปทุมแก้วในกรณีหัวนมบอด การใช้และเลือกซื้อเครื่องปั้มนม ถุงเก็บน้ำนม การนำน้ำนมแม่ที่แช่แข็งมาให้ลูกรับประทาน เป็นต้น

พิเศษสุด สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพียงกรอกข้อมูลส่วนตัวด้านล่างให้ครบ นำมาแลกรับชุดของขวัญ “เรารัก(ษ์)นมแม่” ได้ที่บูทค่ะ (รีบหน่อยนะค่ะ เพราะของมีจำนวนจำกัดค่ะ)

ร่วมลุ้น กับกิจกรรม “การแข่งขันหาสุดยอดคุณแม่นมดี  ปริมาณเยี่ยม” ชิงรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมรับถุงเก็บน้ำนมจำนวน 1 โหล       คุณแม่ท่านไหนสนใจเข้าร่วมชม เชียร์ แข่งขัน     เชิญที่บูธ “เรารัก(ษ์)นมแม่”              21-24 ตุลาคม 2553 เวลา 15.00 น. ทุกวัน

สนใจกิจกรรมติดต่อ คุณสุวรรณี โทร.081-4072445 

อย่าลืมว่ามาพบพวกเราที่บูท “เรารัก(ษ์)นมแม่” นะคะ
มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย



วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นมแม่... อาหารชีวิตของลูก: นมคน สำหรับ ลูกคน

วันนี้มีเวลาเลยได้ค้นหาเรื่อราวน่าสนใจเลยได้มีโกาสได้อ่าน blog nommae.blogspot.com เรื่อง นมแม่.. อาหารชีวิตของลูก-นมคน สำหรับลูกคน เลยเอามาฝาก ตามไปอ่านกันนะคะ
นมแม่... อาหารชีวิตของลูก: นมคน สำหรับ ลูกคน

อาสามัครดีเด่น นมแม่สายใยรักแห่งครอบครัว ภาคอีสาน มีเรื่องราวดีเกี่ยวกับนมแม่ หลากหลาย จาก http://www.phcblog.net/blogvhv/52_burirum/  อ่านแล้วช่วยเขียนความเห็นให้กำลังใจกันด้วยนะคะ
กรมอนามัยประกาศข้อมูลปึ 2552 นมแม่อย่างเดียว 6 เืดือน 29.6 อ่านได้ที่นึี 

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Quote of the day

A pessimist sees the difficulty in every opportunity; an optimist sees the opportunity in every difficulty.
Winston Churchill
The Power of ONE : BREASTFEEDING 1st HOUR SAVE ONE MILLION BABIES.
ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีการรณรงค์พร้อมกันทั่วโลกในสัปดาห์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1-7 สิงหาคม 2551จะรณรงค์เรื่องการให้กินนมแม่ใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด เพราะสามารถช่วยลดปัญหาสุขภาพทั้งแม่ทั้งลูกได้อย่างมหาศาล ทารกแรกเกิดกว่าล้านคนจะไม่เสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ การเสียชีวิตของทารกแรกเกิดจะลดลงถึง 22% โดยการให้กินนมแม่ภายใน 1ชั่วโมงแรกของชีวิต
 ลูกได้Colostrum หัวน้ำนมที่มีสารอาหารครบถ้วนและภูมิคุ้มกันสำหรับทารก และช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้นในมื้อต่อๆไป
 ไออุ่นจากผิวกายแม่จะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย มีความจำเป็นที่สุดต่อทั้งแม่และลูกที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดกัน ตั้งแต่แรกเกิดที่จะกระตุ้นสัญชาตญาณและฮอร์โมนต่างๆให้ทำงานได้เป็นอย่างดี สร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูกต่อไป
 เพราะน้ำนมแม่สามารถปกป้องลูกจากโรคร้ายหลายชนิด ทำให้ลูกเติบโตทั้งร่างกาย อารมณ์และจิตใจ ช่วยให้พ่อ แม่ ลูกสร้างความผูกพันอันยิ่งใหญ่
 และเมื่อแม่หนึ่งคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จจะเป็นพลังที่ทำให้แม่อีกหลายๆคนทำได้สืบต่อไป
นมแม่คือหยดแรกของสายใยรักแห่งครอบครัว

Top Hit นมแม่

Top hit issue นมแม่
1. ถ้าน้ำนมไม่ไหลหรือน้ำนมน้อยกระตุ้นอย่างไรดี
นมแม่ไม่ไหล
 มักเกิดจากการดูดที่ตื้นเกินไปหรือดูดที่หัวนม คุณแม่ลองขยับให้ลูกแนบตัวมากขึ้น รอลูกอ้าปากกว้างก่อนจึงจะจับเต้าเข้าปาก ว่าไปแล้วจะต้องปากพาลูกมาหาเต้านมแม่ ไม่ใช่พาเต้าแม่ไปใส่ปากลูกเพราะจะทำให้แม่ปวดเมื่อยหลังเพราะต้องก้มตัว สำคัญที่ว่าปากอ้ากว้าง คางชิดเต้านมแม่ ท้องแม่แนบท้องลูกนะคะ การอุ้มที่แนบชิด ปากอ้ากว้างอมลึกถึงลานนมนี้ยังช่วยแก้ปัญหาหัวนมเจ็บได้ด้วยค่ะ
 แม่เครียด!!! ก็เป็นอีกสาเหตุที่มักทำให้กลไกน้ำนมพุ่ง หรือน้ำนมไหลหดหายไปโดยปริยาย เพราะฮอร์โมนรักที่ต้องการถูกความเครียดมาขวางทางไว้ ทางที่หาทางนอนเวลาลูกนอน พยายามกินอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง สายลมและสองหรือสามเราพ่อแม่ลูกกันหน่อยค่ะ เรื่องเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ใหม่กันหมดทำได้อย่างใจบ้างไม่ได้บ้างอย่างเพิ่งท้อ ผ่านไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็จะดีขึ้นเอง รอบข้างมีใครพอแบ่งเบาช่วยเหลือได้ก็ขอช่วยไปก่อน ไม่นานก็เก่งทุกคนค่ะ
น้ำนมน้อย
 ถ้าดูเรื่องท่าอุ้มท่าดูดถูกต้องกันดีแล้ว การกระตุ้นโดยให้ดูดให้บ่อย ดูดให้นานขึ้น น้ำนมได้ถ่ายเทออกมามากก็จะมีน้ำนมมากเอง ที่สำคัญอย่าไปคาดหวังว่าจะมีน้ำนมมากมายในช่วงสัปดาห์แรกเพราะทั้งกระเพาะลูกและเต้านมแม่ก็เพิ่งเริ่มงานกันทั้งคู่ขอเวลาให้เครื่องเดินเต็มที่รับรองหายห่วง แต่ต้องให้กินบ่อยพอในช่วงเดือนแรกขอเป็นสัก 8 ครั้งในหนึ่งวันนะคะ
 คุณแม่อาจเสริมแรงด้วยอาหารหวานคาวที่ใครต่อใครบอกว่าทำให้น้ำนมพลั่งพรู เช่นน้ำขิง น้ำเต้าหู้ ยำพัวปลี แกงเลียง เม็ดขนุนต้ม มะละกอ สัปปะรด เพื่อบำรุงคุณแม่ อย่างลืมพักผ่อนหลับจะได้สดชื่นผ่องใส มีแรงเลี้ยงลูก ช่วงนี้อย่าไปห่วงจะลดน้ำหนักเพราะได้ออกกำลังเลี้ยงลูกอยู่แล้วรับรองว่าผอมแน่
2. ของต้องห้ามของแม่ที่ให้นมลูก
 ของแสลงคงไม่มีแต่ต้องห้ามของไม่ดีพวกบุหรี่ แอลกอฮอล์เพราะพวกนี้คนดีๆยังแย่ ของหมักของดอง ของที่มีการใช้สารกันบูด สารเคมีต่างๆก็ให้ห่างๆไว้ สรุปว่าห้ามคิดและทำในสิ่งไม่ดีเพราะจะทำให้จิตใจขุ่นมัวน้ำนมจะน้อยจะแห้งไป คุณแม่ต้องคิดดีทำดีจิตใจจะผ่องใสลูกเห็นหน้าก็ชื่นใจไม่งอแง
 อาหารบางอย่างที่ควรเลี่ยงก็พวก เปบเปอร์มิ้น อาหารที่ไม่ได้ปรุงให้สุก (ไม่เกี่ยวกับผักสดผลไม้นะคะ) อาหารรสจัดชวนท้องร่วง คาแฟอินพวกนี้ถ้าอยากก็ทานได้แต่เลี่ยงได้จะดีที่สุด
3. หย่านมลูกเมื่อไหร่ดี
 ขึ้นอยู่กับเหตุและผลและรายๆไป อย่างน้อยที่สุดกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนหลังจากนั้นกินนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยไปได้เรื่อยๆ ถึง 2 ขวบหรือมากกว่าก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับแม่ลูกแต่ละคู่ค่ะ
4. ให้นมแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกอิ่ม
 ลูกอิ่มก็หยุดดูดเองหรือไม่ก็หลับมือไม้อ่อนผ่อนคลายไป ไม่แสดงอาการต้องการกินอีก ไม่ยอมเปิดปากก็แสดงว่ากินไม่ไหวแล้ว
 นอกจากนี้ก็คือน้ำหนักตังลูกเพิ่มขี้นตามปกติ ถ่ายปัสสาวะวันละ 6 ครั้งขึ้นไปมีอาการสดใส ไม่ซีดเซียวปวกเปียกไม่มีแรง
5. สามารถให้นมแม่สลับกับนมผงได้ไหม
 ถ้าถามว่าสลับได้ไหมคงต้องบอกว่าได้แต่ไม่ดีนักเพราะของแท้กับของเทียมคงเทียบกันไม่ได้ผลกระทบเวลาสลับกันที่พบบ่อยก็เรื่องอุจจาระและท้องอืด แต่ที่เป็นปัญหาให้เหมือนวงจรอุบาทก็คือยิ่งเสริมยิ่งสลับน้ำนมแม่ก็จะลดน้อยลง แถมยังต้องคำนึงถึงเรื่องอาการสับสนในการดูดถ้าไปใช้ขวดนมป้อนนมชง ทางที่ดี...อย่าดีกว่า แต่ถ้ามีเหตุให้เป็นอย่างนั้นก็บีบน้ำนมให้มีการผลิตน้ำนมอย่างสม่ำเสมอต่ะ

เต้านมแม่หลังคลอด

เต้านมแม่หลังคลอด – เรื่องของเต้าและนม
ตั้งท้องสำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องง่ายดาย ท้องได้ท้องดี แต่สำหรับบางคนอาจจะเป็นความหวังที่กว่าจะสำเร็จต้องผ่าฟันด้วยความอดทนและมุ่งมั่น แต่เมื่อเราได้ดังหมาย ก้าวต่อไปก็เป็นเรื่องของการคลอดและการที่จะได้ใช้น้ำนมตัวเองเลี้ยงลูกให้เติบโตแข็งแรงและเป็นคนดี วันนี้เรามารู้จักเต้านมของเราให้ดีขึ้นอีกสักหน่อยเพื่อเราจะได้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยความที่แม่ตั้งท้อง เต้านมก็จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจึงต้องการให้ข้อมูลคุณแม่ว่า...
กำเนิดของเต้านม
• พัฒนาการของเต้านมช่วงชีวิตในมดลูกหลังการปฏิสนธิสัก 4 สัปดาห์เป็นต้นไป เราจึงมีเต้านมด้วยกันทั้งหญิงและชาย เราจึงมีจำนวนต่อมน้ำนมและท่อน้ำนมเท่ากันเพราะมันถูกพัฒนามาในช่วงนี้รวมทั้งการเกิดหัวนมบอดด้วยเช่นกัน
• พัฒนาการของเต้านมช่วงแรกเกิดถึงสองปีแรกจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงสองปีนี้จะมีแต่ในระยะแรกเกิดที่ยังได้รับฮอร์โมนคุณแม่ผ่านมาทางสายสะดือเมื่อครั้งยังอยู่ในมดลูกอาจทำให้เห็นเต้านมคัดตั้งเต้าบ้างก็มีน้ำนมไหลออกมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกสิ่งเหล่านี้เกิดได้เสมอและไม่ได้เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำนมที่จะสมารถผลิตได้เมื่อโตเป็นสาว การเติบโตของเต้านมหลังจากสองปีจะไม่ค่อยมีอะไรมากนักจนกระทั่งเข้าสู่ระยะวัยรุ่นหรือย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
• พัฒนาการของเต้านมช่วงวัยเจริญพันธุ์จะเป็นการทำงานของฮอร์โมนเพศที่จะทำหน้าที่แตกต่างกันทั้งชายและหญิงลักษณะของเต้านมจึงเริ่มแสดงความแตกต่างทางเพศมากขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เต้านมเพศชายจะหยุดการพัฒนาในขณะที่เต้านมผู้หญิงจะถูกขยายขนาดของต่อมน้ำนมและมีการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น ขนาดของเต้านมและไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังไม่มีผลต่อความสามารถในการสร้างน้ำนมแต่อาจจะบอกถึงความจุในการเก็บน้ำนม การแสดงออกของเต้านมในช่วงที่มีประจำเดือนเช่นการคัดตึง การเจ็บ ก็เป็นการบอกถึงการเติบโตของเต้านมที่มีมากขึ้นตามลำดับและจะพัฒนาไปจนถึงระยะสุดท้ายของการตั้งท้อง

- เมื่อตั้งท้อง อานุภาพของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของการตั้งท้องจะเริ่มต้นการทำงานด้วยกันของแม่และลูกตลอดไปจนกว่าลูกจะดูแลตนเองได้และไม่ต้องพึ่งพาจากแม่ โดยช่วยเตรียมพร้อมเต้านมไปพร้อมกับการเติบโตของลูกอันนี้อาจเป็นคำตอบสำหรับความผูกพันของแม่และลูกที่เข้มแข็งและยืนยาว และอาจตอบคำถามว่าเมื่อไหร่การหย่านมจึงจะเริ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่คุณแม่จะสังเกตได้ตั้งแต่เริ่มตั้งท้องใน 3 เดือนแรกก็คือ ขนาดของหัวนมและลานนมที่จะขยายขึ้นและมีสีเข้มขึ้น เต้านมตึงขึ้นและขยายขนาดขึ้น ในขณะที่มีการพองฟูและขยายของต่อมผลิตน้ำนมอยู่ภายในเต้านม ความรู้สึกไวต่อสัมผัสของเต้านมเป็นอาการแรกที่คุณแม่มักรู้สึกในช่วงนี้
บริเวณลานนมจะมีต่อมน้ำมันที่เห็นเป็นตุ่มๆเหมือนสิว ขนาดขยายขึ้นเพื่อขับน้ำมันมาสร้างความชุ่มชื้นและช่วยให้ลานนมนุ่มและยืดหยุ่นช่วงให้ลูกดูดกินได้ง่ายชึ้น น้ำนมจะเริ่มผลิตในช่วงสัปดาห์ที่ 16 ของการตั้งครรภ์ และบางรายอาจมีหัวน้ำนม Colostrums ซึมออกมาให้เห็นในช่วงก่อนคลอด ระยะนี้เป็นระยะที่ 1 ของการผลิตน้ำนมของคุณแม่ค่ะ
- ก่อนคลอด
- ลักษณะเต้านมเห็นเส้นเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ลานนมจะยืดหยุ่นมากขึ้น หัวนมชี้ชันมากขึ้น บางคนมีขนาดขยายขึ้น ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ เช่น สีผิวบริเวณข้อพับต่างๆ มักมีสีเข้มขึ้น อาจพบติ่งเนื้อเล็กๆ หรือบางรายสิวขึ้น บางรายผิวแห้ง เส้นลายของความเป็นแม่มักปรากฏในช่วงนี้ใกล้คลอดนี้ที่หลายคนพบว่าหน้าท้อง ต้นขาแตกลาย และหลายคนก็อาจลุกลามมาถึงบริเวณเต้านมได้ บางรายพบว่าเต้านมจะไวต่อความรู้สึกอีกครั้ง ความรู้สึกเต้านมขยายและคัดตึงเต้านมจะมาเตือนสติให้รู้ว่าใกล้เวลาแล้วนะ
ความสงสัยเรื่องความสามารถในการให้นมด้วยตนเองมักมีมากขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ 4-6 เดือน เนื่องจากพ้นระยะแพ้ท้องและสามรถปรับตัวได้ดีขึ้นแล้ว ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเข้าสัมมนา อบรมกับกลุ่มคุณแม่ด้วยกันเองหรือกับการอบรมที่มีตามโรงพยาบาลเพื่อฝึกการอุ้มและหาคำตอบตรงนี้นะคะ
- วิธีการดูแลเต้านมแม่ก่อนคลอด ไม่มีการดูแลที่พิเศษเพียงการรักษาความสะอาดโดยการอาบน้ำตามปกติก็เพียงพอแล้ว คุณแม่ไม่ควรครีมทาบริเวณหัวนมเพราะจะไปอุดท่อน้ำมันหล่อลื่นบนเต้านม และไม่ควรขัดถูหรือดึงไขมันที่ติดที่หัวนมเพราะจะทำให้เกิดแผลได้ ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณแม่พบว่าหัวนมบอดอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะแก้ไขโดยการนวดดึงหัวนมซึ่งสามารถไปขอคำปรึกษาได้ตามคลินิกนมแม่หรือที่โรงพยาบาลที่คุณแม่ฝากท้องอยู่นะคะ คุณแม่สามารถตรวจง่ายๆด้วยตัวเองโดยการใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับหัวนมถ้าสามารถจับได้แสดงว่าปกติไม่ต้องทำอะไร แต่บอกเพื่อลดกังวลไว้ก่อนว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะมีหัวนมบอดมีน้อยมากค่ะ อย่ากังวลไปเลย

- หลังคลอด
- ลักษณะเต้านมแม่หลังคลอด
หลังคลอดใหม่ๆ การคัดตึงเต้านมคงยังไม่มีละอาจไม่มีให้เห็นเลยถ้าน้ำนมถูกระบายบ่อยพอแสดงว่าการผลิตน้ำนมพอเพียงและเพียงพอกับความต้องการของลูก การคัดตึงอาจเริ่มมีบ้างในราววันที่ 4 เป็นต้นไป อาการมักพบในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ซึ่งบอกได้ว่าเต้านมต้องการระบายน้ำนมออกมากขึ้น ควรให้ลูกกืนนมบ่อยขึ้น
หลังจาก 3 เดือนแรกผ่านไป ปริมาณของฮอร์โมนโปรแล็คติน จะค่อยๆ เริ่มลดต่ำลงกลับสู่ระดับปกติของการผลิตน้ำนม คุณแม่จะไม่รู้สึกว่าหน้าอกคัดตึงเหมือนช่วงแรก น้ำนมที่เคยไหลซึมก็น้อยลง หรือหายไปเลย ไม่รู้สึกว่าน้ำนมไหลพุ่ง ไม่รู้สึกถึงกลไกการหลั่งน้ำนม (Let down reflex) และปริมาณน้ำนมที่ปั๊มได้ก็อาจจะลดลง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็น เรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่า ปริมาณการผลิตน้ำนมของคุณลดลงแต่อย่างใด

- วิธีการดูแลเต้านมแม่หลังคลอด
1. อาบน้ำทำความสะอาดตามปกติ ซับให้แห้งเสมอ ไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ
2. หลีกเลี่ยงการใช้ครีมทาหัวนมเพราะจะไปอุดอันต่อมน้ำมันที่ลานนม และต้องเช็ดออกก่อนให้ลูกกินนมจากเต้าทำให้หัวนมและลานนมแห้งมากขึ้น
3. หลีกเลี่ยงการขัด ถูที่หัวนม รวมถึง กำจัดไขมันบนหัวนมเพราะอาจนำไปสู่การเป็นแผล
4. สวมยกทรงที่มีขนาดพอดีเพื่อประคองเต้านมถ้ามีเต้านมใหญ่และหนัก ถ้าเต้านมมีขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องสวมยกทรงเพราะบางคนรู้สึกสะดวกที่ไม่ต้องสวมยกทรง
5. ถ้ามีน้ำนมหยดไหล การใช้แผ่นซับน้ำนมที่ซักได้จะระบายลมได้ดีกว่า ทำความสะอาดง่ายกว่าและยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบฉบับของแม่ยุคใหม่อย่างเราๆด้วยค่ะ

- ลักษณะน้ำนมแม่หลังคลอดเป็นอย่างไร
หัวน้ำนม – Colostrum น้ำนมแรกที่มีลักษณะข้น มีสีเหลืองปนส้มของวิตามินเอ ใน 2-3 วันแรกคลอด น้ำนมที่มีคุณภาพเยี่ยมในการเสริมสร้างสมองและสายตา อาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เปี่ยมด้วยภูมิคุ้มกันพร้อมใช้ อาหารและน้ำย่อยที่มีความจำเป็นสำหรับทารก หัวน้ำนมนี้จะมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้เพื่อช่วยขับถ่ายขี้เทาออกเป็นการป้องกันแก้ไขอาการตัวเหลืองที่อาจเกิดขึ้น น้ำนมในวันแรกจะมีเพียงไม่มากนักแต่ก็เพียงพอสำหรับทารกตัวเล็กที่กินทีละน้อยและบ่อยครั้ง ถ้าวันแรกยังไม่เห็นน้ำนมก็อย่าได้เป็นกังวลเพราะคุณจะได้เห็นในอีกไม่ช้าช่วงนี้ลูกจะมีอาหารสะสมมาจากคุณแม่ แต่ก็ต้องให้ดูดนมกระตุ้นทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อเปิด สวิทช์ทำงานและเร่งเครื่องผลิตน้ำนม
น้ำนมใส-Transitional milk เป็นนมที่มีสีขาวขึ้นเป็นส่วนผสมของหัวน้ำนมกับนมขาว ปริมาณมากขึ้น ในระยะ 3-7 วัน หรืออาจยาวไปถึง 10 วันถ้าน้ำนมระบายออกไม่ดี ช่วงนี้บางคนเริ่มมีความรู้สึกนมตึงขึ้นระยะนี้ยังคงอาศัยระดับฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างน้ำนมดังนั้นการกระตุ้นสม่ำเสมอจึงสำคัญมากที่ยังต้องกระตุ้นให้กินนมจากอกทุก 2-3 ชั่วโมง
น้ำนมขาว-Mature milk หลัง 7-10 วันไปแล้วน้ำนมจะขาวขึ้น มีไขมันมากขึ้น ปริมาณน้ำนมมากขึ้น และการให้ลูกกินนมจนเกรี้ยงเต้าจะช่วยให้มีการผลิตน้ำนมมากขึ้น การทำงานของฮอร์โมนจะเริ่มมีอิทธิพลต่อน้ำนมน้อยลง การทำให้นมระบายออกจนเกลี้ยงเต้าจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มีน้ำนมมากขึ้น มากขึ้น และช่วงนี้เองทีมีอิทธิพลสูงมากในการผลิตน้ำนมในโกอาต่อไป เพราะเป็นการติดตั้งระบบให้คุณแม่และระบบนี้จะทำงานต่อไปจนกว่าจะเลิกให้ลูกกินนมจากเต้า
กินสม่ำเสมอ กินเกลี้ยงเต้าจะช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น
การมีน้ำนมคัดจะทำให้น้ำนมน้อยลง

Tip:
- วิธีการเลือกบราของแม่ใกล้คลอดและหลังคลอด
1. เลือกชนิดที่ไม่มีขอบแข็งหรือขอบเหล็กดันทรง
2. เลือกขนาดที่พอดีไม่หลวมหรือคับเกิดนไป
3. เลือกที่มีฝาเปิดให้นมที่สามารถเปิดได้กว่าที่ที่สุด
4. เลือกเป็นผ้าที่ระบายอากาศดีๆ เพราะบางทีเหงื่อออกมาก จะได้ไม่เหม็นอับ

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

มุมนมแม่ ช่วยลดการลาหยุดของพนักงานหญิงมากถึง 30%

พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช ผู้จัดการโครงการสร้างรากฐานชีวิตและสังคมด้วยนมแม่ ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจสถิติการใช้บริการในมุมนมแม่ ในสถานประกอบกิจการดีเด่น 12 แห่งระหว่างปี 2550-2552 พบว่าแม่ที่เข้าโครงการมุมนมแม่มีอัตราการลาหยุดงานน้อยกว่าแม่ที่ไม่ได้ให้นมแม่ถึงร้อยละ 30 และผลการทำงานของแม่ที่เข้าร่วมโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึงร้อยละ 44 และจากแม่ที่ร่วมโครงการ 529 คนพบว่าร้อยละ 56 ให้นมลูกวัย 0-5 เดือน ร้อยละ 37.2 ให้นมลูกวัย 6-11 เดือน ร้อยละ 6.8 ยังคงให้นมลูกที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป สะท้อนให้เห็นว่า มุมนมแม่เป็นที่ต้องการอย่างมากในแม่ที่มีลูกวัย 0-5 เดือน ซึ่งสูงเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับเด็กวัย 6-11 เดือน และสูงร่วม 9 เท่าตัวเมื่อเทียบกับเด็กที่มีอายุมากกว่า 1ปี (ข้อมูลจากมติชนออนไลน์)
อ่านเพิ่มเติมจาก matichon online

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ความสำเร็จของชุมชนป่าแดดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ประสบความสำเร็จ

ด้วยความมุ่งมั่นประสานความร่วมมือในทุกระดับของตำบลป่าแดด กับแนวคิดสร้างคนให้เป็นคนเต็มร้อยด้วยน้ำนมแม่และสายใยรัก จากอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่ออายุ 6 เดือนในปี 2548 ที่ได้เพียง 19% มาเป็น 82% ในปี 2552 ด้วยน้ำพักน้ำแรงของทุกคนในชุมชนและแรงสนับสนุนจากรอบด้าน อ่านเรื่องราวนี้เพิ่มเติมได้ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม 2552 หน้า 14

คุณแม่ทำงานที่บริษัท ทรู ได้ร่วมกันสานสายใยเป็นชมรมนมแม่ บริษัททรู ครอปเปอร์เรชั่น และได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมาด้วยบรรยากาศชื่นมื่น มีคุณศศิธร วัฒนกุล หรือคุณแม่ลอราไปร่วมเป็นกำลังเพื่อให้แม่ทำงานได้มีโอกาสได้ให้ลูกกินนมของคุณแม่ต่อไป แม้จะกลับมาทำงานแล้ง งานนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีกับผู้บริหารและจะมีการขยายกิจกการออกไปอีกด้วย ท่านสามารถอ่านเรื่องราวนี้ได้ที่ ...


เปิดตัวชมรมน้ำนมแม่ บริษัททรู
ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย - ศุกร์, 23 ตุลาคม 2009

เคน-ธีรเดช UNICEF's Youth Embassador กับการสนับสนุนนมแม่

ใครที่เป็นแฟน เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ นอกจากจะเป็นหมุ่นหล่อ เล่นละครเก่งแล้ว ยังมีอีกบทบาทในนามของฑูตยูนิเซฟและคุณพ่อคนใหม่ที่ช่วยตอกย้ำให้เด็กทุกคนควรต้องกินนมแม่ในหกเดือนแรก ลองมาดูวีดีโอนี้ได้

http://www.unicef.org/thailand/reallives_11656.html

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โลก

ร่วมรณรงค์ในสัปดาห์นมแม่โลกปีนี้ Breastfeeding:A Vital Emergency Response.Are you ready? หรือภาษาไทย โดยคุณหมอก๋า (กรรณิการ์ บางสายน้อย) ในนิยามว่า นมแม่พร้อมใช้ ช่วยลูกปลอดภัย ในภาวะฉุกเฉิน อ่านต่อได้ที่ www.birthababy.com

ลองอ่านแมกกาซีนนี้นะคะ ไม่มีโฆษณานมผง

Please Click to Look Inside >> 
July/August 2009

รายการบล็อกของฉัน